กลุ่มธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
บริษัทฯ ลงทุนและดำเนินการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้ 3 แบรนด์หลัก ได้แก่
1. ร้านกาแฟพันธุ์ไทย

กาแฟพันธุ์ไทยดำเนินธุรกิจภายใต้ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด (“PUN” หรือ “กาแฟพันธุ์ไทย”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ โดยประกอบธุรกิจร้านกาแฟและเครื่องดื่มภายใต้เครื่องหมายการค้า “กาแฟพันธุ์ไทย” หรือ “PunThai Coffee” และได้พัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์กาแฟไทยที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น ภายใต้แนวคิด “Creative Thai Taste” โดยมี Brand DNA ที่สะท้อนความเป็นไทย ควบคู่กับการสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทฯ สามารถสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคได้อย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการต่อยอดแคมเปญ “ไทยริกาโน” ซึ่งสะท้อนศักยภาพของวัตถุดิบไทย โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากการใช้เมล็ดกาแฟจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน สู่การคัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพจากจังหวัดน่าน พร้อมขยายไปสู่เมนูทั้งในกลุ่มกาแฟดำและกาแฟผสมนม เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง ควบคู่กับการสื่อสารผ่าน Brand Tagline #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้ ซึ่งช่วยผลักดันให้เกิด User-Generated Content และยกระดับบทบาทของลูกค้าจากผู้บริโภคสู่ Co-Creator ที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่ม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ต่อยอดสู่แนวคิด “พันธุ์ไทย D.I.Y.” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถออกแบบเครื่องดื่มในแบบของตนเอง โดยมีบาริสต้าคอยให้คำแนะนำ ส่งผลให้แบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเพิ่มความผูกพันกับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ “สกาย–นานิ” เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ทันสมัยและเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น

สำหรับด้านผลิตภัณฑ์ กาแฟพันธุ์ไทยใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% และมีความโดดเด่นในการนำวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยมาสร้างสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่ม ภายใต้แนวคิด Creative Thai Taste เพื่อมอบประสบการณ์รสชาติที่แตกต่างและเข้าถึงได้ โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาเมนูจากวัตถุดิบขึ้นชื่อของแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ “ไทยริกาโน – Taste of Nan” ซึ่งเป็นกาแฟ Specialty จากจังหวัดน่าน โดยคัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกคุณภาพในพื้นที่ดอยสวนยาหลวง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกที่ได้รับรางวัลระดับประเทศและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI โดยมีการพัฒนารสชาติผ่านการ Blend ระหว่างกระบวนการผลิตแบบ Natural และ Washed รวมถึงการคั่วด้วย Profile ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้รสชาติที่สมดุล มีเอกลักษณ์ และสามารถต่อยอดสู่เมนูที่หลากหลายได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังนำวัตถุดิบท้องถิ่นอื่น ๆ มาสร้างสรรค์เมนู เช่น “มะม่วงหาว มะนาวโห่” จากจังหวัดสมุทรสงคราม และ “ท้อนไทยเทสต์” ที่ใช้กระท้อนปุยฝ้ายจากจังหวัดปราจีนบุรี ตลอดจนเมนูยอดนิยมที่พัฒนาเป็นเมนูถาวร เช่น “จี๊ดกาแฟ” และ “จี๊ดชาไทย” จากส้มมะปี๊ด จังหวัดจันทบุรี อีกทั้งยังขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มชาและเครื่องดื่มพรีเมียม เช่น “มารุเซ็น มัทฉะ” และ “ชาอัสสัมพันธุ์ไทยน่าน” ซึ่งเป็นชาดำสายพันธุ์อัสสัมที่มีคาแรคเตอร์โดดเด่น ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเสาะหาและคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้แก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ

ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีจำนวนสาขากาแฟพันธุ์ไทยมากกว่า 2,151 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมัน เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและสะดวกสบาย โดยมีสัดส่วนสาขาที่บริษัทฯ บริหารเอง (Equity) ในสถานีบริการน้ำมัน 38.3% สาขานอกสถานีบริการน้ำมัน 35.7% และสาขาแฟรนไชส์ 26% ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการขยายเครือข่ายธุรกิจ ปัจจุบันบริษัทฯ สามารถขยายสาขาครอบคลุมกว่า 502 อำเภอ หรือมากกว่า 50% ของอำเภอทั้งหมดในประเทศไทย และครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในช่วงแรกมุ่งเน้นการขยายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองหลักและแหล่งท่องเที่ยว ก่อนต่อยอดสู่การขยายให้ครอบคลุมทุกจังหวัดและทุกอำเภอในระยะถัดไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นรูปแบบการลงทุนที่มีความคุ้มค่าและมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันกาแฟพันธุ์ไทยได้ดำเนินธุรกิจก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตและสร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

2. ร้านคอฟฟี่ เวิล์ด

คอฟฟี่เวิลด์ (Coffee World) ภายใต้การบริหารงานของบริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด (“GFA”) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทฯ หลังจากการเข้าซื้อกิจการในปี 2560 ได้มีการพัฒนาและยกระดับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการคัดสรรเมล็ดกาแฟชั้นเยี่ยมที่หลากหลายจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก การบริการที่เหนือความคาดหมาย และเมนูอาหารและเครื่องดื่มใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าปัจจุบัน และการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ในปี 2565 คอฟฟี่เวิลด์ได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “CO-Value Creation from The World Inspirations” หรือ “การสร้างคุณค่าจากแรงบันดาลใจทั่วโลก” สัญลักษณ์ใหม่ในรูปทรงหยดน้ำ สื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้า ในการร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างมีคุณค่า

โดยในปี 2568 นี้ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาด คอฟฟี่เวิลด์ได้วางกลยุทธ์ปรับโมเดลธุรกิจใหม่ รวมถึงการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการกาแฟที่หลากหลาย คุณภาพสูง บริการรวดเร็ว และบรรยากาศที่ช่วยเติมพลังในวันทำงาน ควบคู่ไปกับการขยายสาขาเพิ่มเติมในปีนี้ โดยมุ่งเน้นพื้นที่ “Destination Point” ที่เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนดื่มกาแฟอย่างแท้จริง อาทิ ย่านธุรกิจใจกลางเมือง อาคารสำนักงานชั้นนำ สถานศึกษา โรงพยาบาลเอกชนและสถานีบริการน้ำมันของ PT

การเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ของร้านกาแฟคอฟฟี่ เวิล์ดในแต่ละช่วงเวลา

3. ร้านซับเวย์

เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของบริษัทฯ เมื่อบริษัท โกลัค จำกัด ("GL") ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้รับสิทธิ์ Master Franchise ของแบรนด์ Subway (ซับเวย์) ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแบรนด์แซนด์วิชระดับโลกที่ติดอันดับ Top 10 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยการร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการขยายพอร์ตธุรกิจ Non-Oil ของบริษัทฯ แต่ยังเป็นการผสานวิสัยทัศน์ของทั้งสองแบรนด์ในการสร้างประสบการณ์และยกระดับความอยู่ดี มีสุข ให้กับผู้บริโภค โดยมีจุดเด่นที่เน้นเรื่องสุขภาพ คุณภาพ และความสะดวกสบาย ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงโอกาสการเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคง