กลุ่มธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
บริษัทฯ ลงทุนและดำเนินการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้ 3 แบรนด์หลัก ได้แก่
1. ร้านกาแฟพันธุ์ไทย

กาแฟพันธุ์ไทย เป็นหนึ่งในธุรกิจ Non-Oil ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด (“PUN” หรือ “กาแฟพันธุ์ไทย”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ โดยร้านกาแฟพันธุ์ไทยเปิดตัวสาขาแรกที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่มีอัตลักษณ์และเสน่ห์ของความเป็นไทย อีกทั้งพร้อมสนับสนุนเกษตรกร โดยการจัดหาวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อยไม่เหมือนใครและหาทานได้ยาก จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มารังสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มและจำหน่ายภายใต้กาแฟพันธุ์ไทย อาทิ น้ำตาลดอกมะพร้าวจากอัมพวา ตาลโตนดของดีจากสงขลา มีกลิ่นหอม หวาน ละมุน และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มาเนรมิตเป็นกาแฟโตนด ชาไทยโตนด และนมสดโตนด นมข้าวโพดจากไร่สุวรรณ อำเภอปากช่อง มารังสรรค์เป็นเมนูโพดจุกใจ รวมถึงการนำ มะม่วงเบาพันธุ์ใต้แท้จากจังหวัดสงขลา มาส่งมอบเมนูสุดสร้างสรรค์อย่าง ม่วงเบากาแฟ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีเมนูเครื่องดื่มซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีและเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม ทางกาแฟพันธุ์ไทยจึงได้นำมาบรรจุเป็นเมนูถาวร เช่น ส้มมะปี๊ด ผลไม้ประจำท้องถิ่นของจันทบุรี มาสร้างสรรค์เป็นเมนู จี๊ดกาแฟ และ จี๊ดชาไทย และเมนูล่าสุด มารุเซ็น มัทฉะ พรีเมียม แบรนด์ชาอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ที่กาแฟพันธุ์ไทยคัดสรรสุดยอดชาสามใบแรก จากสองมือของเกษตรกรไทย จังหวัดเชียงราย ต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ชาอัสสัมพันธุ์ไทยน่าน ชาดำสายพันธุ์อัสสัมที่มีคาแรคเตอร์โดดเด่นจาก จ.น่าน มีกลิ่นหอมชาคั่ว และมีรสชาติเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การดื่มด่ำชาพรีเมียมในราคาเข้าถึงง่าย

บริษัทฯ ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ในตลาดกาแฟพรีเมียม ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ “กาแฟพันธุ์ไทย สเปเชียล เบลนด์” ซึ่งเป็นกาแฟชนิดพิเศษที่มีทั้งเมนู “นัตตี้ สเปเชียล เบลนด์” และ “ฟรุตตี้ สเปเชียล เบลนด์” นอกจากจะจำหน่ายในรูปแบบซองให้ลูกค้านำไปดื่มที่บ้านได้แล้ว ยังสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์บริการกาแฟพิเศษแบบพร้อมดื่มได้ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ซึ่งนำร่องการให้บริการใน 80 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงได้มีการรุกตลาดกาแฟ Home Coffee ให้สอดรับกับกระแสผู้บริโภคที่ชอบดื่มกาแฟพรีเมียมที่บ้าน โดยเปิดตัว “9 กาแฟดริปรักษ์โลกพันธุ์ไทย” เพื่อให้คอกาแฟสัมผัสความพรีเมียม 9 รสชาติ จาก 9 นักสร้างสรรค์กาแฟชั้นนำระดับประเทศ รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ พันธุ์ไทยยังต่อยอดสู่การนำเสนอ กาแฟดริปรักษ์โลกพันธุ์ไทย จาก 10 เกษตรกรไทยที่ได้บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์จากถิ่นฐานบ้านเกิด ผ่านกรรมวิธีแปรรูปที่แตกต่างกัน ทำให้คอลเลคชันนี้มีความหลากหลาย และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบรสชาติ และเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ปลายปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังได้แจ้งเกิด ‘ไทยริกาโน’ กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทยแท้ๆ สายพันธุ์อาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน และเชียงใหม่ ในราคาเข้าถึงง่าย เป็น ‘กาแฟแห่งชาติ’ ที่พันธุ์ไทยภาคภูมิใจ เป็นตัวแทนของความภาคภูมิใจในกาแฟไทย และยังใส่ใจความยั่งยืนทั้งอุตสาหกรรมของกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชนไปพร้อมๆ กัน พร้อมเปิดตัว ‘คัลแลนและพี่จอง’ พรีเซนเตอร์คู่แรกของกาแฟพันธุ์ไทย จากการเป็น Real User หรือ Big Fan ตัวจริง ที่ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวไทยมักจะแวะอุดหนุนอเมริกาโนเย็นไม่หวานของร้านกาแฟพันธุ์ไทย ที่มีสาขาเปิดให้บริการทั่วประเทศ อีกทั้งยังได้เปิดแบรนด์ Tagline ใหม่ในรอบ 12 ปี #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้ สะท้อน DNA ของพันธุ์ไทยที่ไม่หยุดสร้างสรรค์ และเป็นผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งยกระดับ Ecosystem ในทุกภาคส่วนของธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง อีกทั้งใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้าบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้เกษตรกรท้องถิ่นปรับเปลี่ยนการทำไร่เลื่อนลอย มาเพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนเขาหัวโล้นให้เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งต่อความยั่งยืนสู่สังคม และโลกให้ดีขึ้นต่อไป

ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการร้านกาแฟพันธุ์ไทยกว่า 1,347 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม สะดวกสบาย และเข้าถึงง่าย โดยมีสัดส่วนในสถานีบริการน้ำมัน 50% และนอกสถานีบริการน้ำมัน 30% และแฟรนไชส์อีก 20% พร้อมมีแผนจะขยายสาขาให้ครอบคลุมทุกจังหวัดและทุกอำเภอ โดยตอนนี้ ทางบริษัทฯ มีร้านกาแฟพันธุ์ไทยครอบคลุมกว่า 50% ของอำเภอทั้งหมดในประเทศไทยที่ 878 อำเภอ ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยในช่วงแรกเน้นขยายไปยังกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจใจกลางเมือง ย่านที่อยู่อาศัย หัวเมืองต่างจังหวัด รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ

และเพื่อให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของร้านกาแฟพันธุ์ไทยได้ง่ายมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถลงทุนร้านกาแฟพันธุ์ไทยในโมเดล “เเฟรนไชส์” ซึ่งเป็นรูปแบบการลงทุนที่ง่าย คุ้มค่า และมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา และคำแนะนำ ปัจจุบันกาแฟพันธุ์ไทยได้ดำเนินธุรกิจก้าวเข้าสู่ปีที่ 13 และยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์เครื่องดื่มรสชาติดี มีคุณภาพ จากวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นดีทั่วประเทศไทย และพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคต

Punthai Coffee
2. ร้านคอฟฟี่ เวิล์ด

คอฟฟี่เวิลด์ (Coffee World) ภายใต้การบริหารงานของบริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด (“GFA”) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทฯ หลังจากการเข้าซื้อกิจการในปี 2560 ได้มีการพัฒนาและยกระดับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการคัดสรรเมล็ดกาแฟชั้นเยี่ยมที่หลากหลายจากแหล่งต่างๆทั่วโลก การบริการที่เหนือความคาดหมาย และเมนูอาหารและเครื่องดื่มใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าปัจจุบัน และการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ในปี 2565 คอฟฟี่เวิลด์ได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “CO-Value Creation from The World Inspirations” หรือ “การสร้างคุณค่าจากแรงบันดาลใจทั่วโลก” สัญลักษณ์ใหม่ในรูปทรงหยดน้ำ สื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้า ในการร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างมีคุณค่า

โดยในปี 2568 นี้ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาด คอฟฟี่เวิลด์ได้วางกลยุทธ์ปรับโมเดลธุรกิจใหม่ รวมถึงการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะ พนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการกาแฟที่หลากหลาย คุณภาพสูง บริการรวดเร็ว และบรรยากาศที่ช่วยเติมพลังในวันทำงาน ควบคู่ไปกับการขยายสาขาเพิ่มเติมในปีนี้ โดยมุ่งเน้นพื้นที่ “Destination Point” ที่เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนดื่มกาแฟอย่างแท้จริง อาทิ ย่านธุรกิจใจกลางเมือง อาคารสำนักงานชั้นนำ โรงพยาบาลเอกชน และพื้นที่ที่เป็นศูนย์รวมชุมชน

3. ร้านซับเวย์

เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของบริษัทฯ เมื่อบริษัท โกลัค จำกัด ("GL") ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้รับสิทธิ์ Master Franchise ของแบรนด์ Subway (ซับเวย์) ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแบรนด์แซนด์วิชระดับโลกที่ติดอันดับ Top 10 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยการร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการขยายพอร์ตธุรกิจ Non-Oil ของบริษัทฯ แต่ยังเป็นการผสานวิสัยทัศน์ของทั้งสองแบรนด์ในการสร้างประสบการณ์และยกระดับความอยู่ดีมีสุข ให้กับผู้บริโภค โดยมีจุดเด่นที่เน้นเรื่องสุขภาพ คุณภาพ และความสะดวกสบาย ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงโอกาสการเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคง

โดยในปี พ.ศ. 2567 ซับเวย์มีจำนวนสาขาทั้งหมด 58 สาขา โดยมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมในอัตรา 50 สาขาต่อปีในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า การขยายสาขาจะมุ่งเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น ห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิมอลล์ โรงพยาบาล ออฟฟิศ/สำนักงาน จังหวัดท่องเที่ยวเน้นนักท่องเที่ยวต่างประเทศ สนามบิน และสถานีบริการน้ำมัน พีที นอกจากนี้ ซับเวย์ยังมีแผนเปิดร้านในรูปแบบ Drive-Thru และ Stand-Alone โดยร้านทั้งหมดจะได้รับการออกแบบตามแนวคิด "Fresh Forward 2.0" ซึ่งเป็นรูปแบบร้านที่มีความทันสมัย สดใส และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในเอเชียที่นำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ โดยสาขาแรกในรูปแบบนี้ได้เปิดให้บริการที่ CW Tower เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2567