คำถาม-คำตอบ

Q&A at Opportunity Day
1. เป้าหมายจำนวนแก้วต่อสาขาของกาแฟพันธุ์ไทยในปี 2569?

คำตอบ:

บริษัทฯ ยังคงตั้งเป้าหมายจำนวนแก้วต่อสาขาไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 200 แก้วต่อวันต่อสาขา การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของฐานสมาชิก รวมถึงการทำการตลาดผ่านระบบสมาชิก ซึ่งช่วยเพิ่มความถี่ในการใช้บริการของลูกค้า

2. อัตรากำไรขั้นต้นของกาแฟพันธุ์ไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณเท่าไร?

คำตอบ:

ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยยังคงรักษาโครงสร้างกำไรขั้นต้นในระดับที่แข็งแรง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง

ในระยะต่อไป บริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการขยายสาขา ควบคู่กับการเพิ่มจำนวนลูกค้าผ่านระบบสมาชิก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจในระยะยาว

3. ต้นทุนทางการเงินในปี 2569 มีแนวโน้มลดลงหรือไม่?

คำตอบ:

ทิศทางของต้นทุนทางการเงินจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาด รวมถึงการบริหารโครงสร้างเงินทุนของบริษัท บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด และบริหารโครงสร้างเงินกู้ให้เหมาะสม เพื่อควบคุมต้นทุนทางการเงินในระยะยาว

4. กำไรสุทธิของกาแฟพันธุ์ไทยในปี 2568

คำตอบ:

ขณะนี้งบการเงินของบริษัทกาแฟพันธุ์ไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) รายละเอียดตัวเลขทางการเงินจะเปิดเผยผ่านช่องทางตามกฎหมายเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ

5. เป้าหมายสัดส่วนกำไรจาก Non-Oil

คำตอบ:

ปัจจุบันธุรกิจ Non-Oil มีสัดส่วนกำไรขั้นต้นประมาณ 40% ของกำไรขั้นต้นรวมของบริษัท ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็นประมาณ 40–45% โดยมีธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยเป็น Growth Engine สำคัญ ในระยะยาว บริษัทฯ ตั้งเป้าให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก Non-Oil เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 50% ภายในปี 2028

6. แนวทางควบคุม SG&A จากการขยายสาขา?

คำตอบ:

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมักเพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขาที่ขยายตัว เช่น ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาช่วยสร้าง Economies of Scale ทั้งในด้านการจัดซื้อ การขนส่ง และการบริหารจัดการ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนในระยะยาว

7. เป้าการเติบโตของปริมาณขายน้ำมันในปี 2569

คำตอบ:

บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของปริมาณจำหน่ายน้ำมันประมาณ 3–5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยฐานลูกค้าสมาชิก PT Max Card ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ และสนับสนุนการเติบโตของปริมาณขายน้ำมัน

8. แผนการสร้าง New S-Curve?

คำตอบ:

ในระยะนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจหลักในกลุ่ม Non-Oil โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงติดตามโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดจาก Ecosystem ของบริษัทในอนาคต

9. การเปิดสาขากาแฟพันธุ์ไทยใกล้กันจะเกิด Cannibalization หรือไม่?

คำตอบ:

บริษัทฯ ยอมรับว่าในบางพื้นที่อาจมี Cannibalization ระหว่างสาขาอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านกาแฟเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย ความสะดวกในการเข้าถึงของลูกค้า (Convenience-driven business)

ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 800 สาขา แต่ในขณะเดียวกัน จำนวนแก้วเฉลี่ยต่อสาขาต่อวันยังเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 200 แก้วต่อวัน ซึ่งสะท้อนว่าการเติบโตของธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงการแบ่งยอดขายเดิมระหว่างสาขา

ดังนั้น กลยุทธ์ของบริษัทฯ จึงเป็นการ ขยายเครือข่ายสาขาเพื่อเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้า ซึ่งช่วยสร้าง Demand ใหม่ในระบบ และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในภาพรวม

10. ปัจจัยบวกและลบของปี 2569?

คำตอบ:

ปัจจัยบวกหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจ Non-Oil โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทย และการพัฒนา Ecosystem ของบริษัท ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามคือความผันผวนของราคาน้ำมันโลกและสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

Q&A at Analyst Meeting
1. สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่านในปัจจุบัน หลังจากนี้ 15 วัน บริษัทจะบริหาร Inventory อย่างไร?

คำตอบ :

ในภาพรวมของประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีความกังวลในเรื่องของ Supply ด้านพลังงาน เนื่องจากประเทศมีปริมาณสำรองน้ำมันในระบบประมาณ 60 วัน ตามข้อมูลของภาครัฐ ซึ่งถือว่าเพียงพอในการรองรับสถานการณ์ในระยะสั้น

ในส่วนของบริษัทเอง เรามี Long-term supply agreement กับโรงกลั่น ทำให้สามารถบริหารจัดการปริมาณน้ำมันให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา เช่น ภาพของรถที่ไปต่อคิวเติมน้ำมันในบางพื้นที่ ส่วนหนึ่งมาจาก พฤติกรรมการเติมน้ำมันล่วงหน้าของผู้บริโภค จากความกังวลด้านราคา มากกว่าปัญหาการขาดแคลนด้าน Supply

ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังมีเครื่องมือในการบริหารราคาน้ำมันผ่าน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสามารถเข้ามาช่วยดูแลเสถียรภาพราคาขายปลีกในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวน

ดังนั้น ในระยะสั้น บริษัทจึงยังคง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบริหารระดับ Inventory ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ภายใต้โครงสร้าง supply chain ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

2. คำถาม: Gross Profit Margin ของ PunThai Coffee มาจากอะไร และเมื่อปรับโปร PT Max Card Plus ไปแล้ว ปีนี้จะเป็นอย่างไร?

คำตอบ :

สำหรับธุรกิจ PunThai Coffee ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา โปรแกรมสมาชิก เช่น Max Card Plus ไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ Margin ของธุรกิจ ในทางกลับกัน กลไกดังกล่าวยังช่วย เพิ่มความถี่ในการใช้บริการของลูกค้ากลุ่มเดิม ซึ่งทำให้ปริมาณการขายต่อสาขาปรับตัวดีขึ้น

ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา การเติบโตของ Margin ส่วนหนึ่งมาจาก การเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขาแบบ Franchise ซึ่งมีโครงสร้างต้นทุนที่แตกต่างจากสาขาบริษัท ส่งผลให้ภาพรวม EBITDA ของธุรกิจปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการปรับ Mechanics ของสิทธิประโยชน์ PT Max Card Plus เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ได้กว้างขึ้น เช่น การเพิ่มจำนวนสิทธิ์การใช้เครื่องดื่ม ทำให้ฐานลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้น

ในระยะต่อไป บริษัทคาดว่าการเติบโตของ PunThai Coffee จะยังคงได้รับแรงสนับสนุนจาก

  • การขยายเครือข่ายสาขา
  • การเพิ่มความถี่ในการใช้บริการของสมาชิก
  • ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และ Margin ของธุรกิจในระยะยาว
3. คำถาม: ไตรมาสก่อน Marketing Margin ลดลง แต่กำไรไม่ได้ลดลง เพราะอะไร?

คำตอบ :

ในช่วงต้นไตรมาสที่ผ่านมา ค่าการตลาดน้ำมัน (MKM) มีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมากในช่วงประมาณสองเดือนแรก อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนสุดท้ายของไตรมาส ค่าการตลาดได้ปรับตัวกลับขึ้นมาในระดับที่สูงขึ้น

การฟื้นตัวของ MKM ในช่วงปลายไตรมาสจึงช่วยให้ Margin ของธุรกิจ Oil โดยรวมปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงต้นไตรมาส

อีกทั้ง บริษัทมีการบริหารต้นทุนและโครงสร้างค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทไม่ได้ปรับตัวลดลงตามการเปลี่ยนแปลงของ MKM ในช่วงต้นไตรมาส

4. คำถาม: นโยบายภาครัฐเรื่องราคาน้ำมัน และความเสี่ยงจากรัฐมนตรีคนใหม่?

คำตอบ :

ในธุรกิจน้ำมัน ปัจจัยด้าน นโยบายภาครัฐ ถือเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ เนื่องจากน้ำมันเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงด้านพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน

ที่ผ่านมา ภาครัฐมักใช้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นเครื่องมือในการบริหารเสถียรภาพราคาขายปลีก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวน

สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม สิ่งสำคัญคือการมี กลไกชดเชยผ่านกองทุนน้ำมัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวน

ในมุมของบริษัท เรายังคง ติดตามทิศทางนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด และบริหารธุรกิจภายใต้โครงสร้างตลาดที่มีอยู่

ในระยะยาว หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของบริษัทคือการ กระจายพอร์ตธุรกิจไปยัง Non-Oil เพื่อลดความผันผวนจากธุรกิจน้ำมัน และสร้างโครงสร้างกำไรที่สมดุลมากขึ้น

5. คำถาม: การเติบโตของ PunThai Coffee และ Unit Economics?

คำตอบ :

สำหรับ PunThai Coffee บริษัทให้ความสำคัญกับ Unit Economics ของแต่ละสาขา เป็นหลัก

โดยทั่วไป บริษัทตั้งเป้าให้สาขาสามารถ คืนทุนได้ภายในประมาณ 3 ปี ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง ซึ่งในบางพื้นที่ที่เป็น Prime Location ระยะเวลาคืนทุนอาจเร็วถึงประมาณ 6–8 เดือน

ในช่วงที่ผ่านมา จำนวนแก้วเฉลี่ยต่อสาขาต่อวันได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากประมาณ 160–170 แก้วต่อวัน เป็นมากกว่า 200 แก้วต่อวัน ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของ Demand ในระบบ

สิ่งที่เราเห็นคือการเติบโตของธุรกิจไม่ได้เกิดจาก Demand Spillover เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก Network Expansion กล่าวคือ การขยายสาขาช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและสร้าง Demand ใหม่ในระบบ

หากดูในภาพของตลาดกาแฟโดยรวม การบริโภคกาแฟของไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก เมื่อเทียบกับหลายประเทศพัฒนาแล้ว

ดังนั้น บริษัทจึงยังคงเห็นช่องว่างการเติบโตของตลาดกาแฟในประเทศไทย และยังคงเดินหน้าขยายเครือข่าย PunThai Coffee อย่างต่อเนื่อง