สารจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้นทุกท่าน
ปี 2568 เป็นปีที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับความผันผวนจากทั้งสภาพเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมพลังงาน พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ท้าทายความสามารถในการปรับตัวขององค์กร ภายใต้บริบทดังกล่าว บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จํากัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ยังคงดําเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ มุ่งรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมขององค์กรสําหรับการเติบโตในระยะยาว

นายธีรนันท์ ศรีหงส์

ประธานกรรมการบริษัท
จากพลังโครงสร้าง สู่พลังชีวิตประจำวัน

ปี 2568 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ จากองค์กรที่เติบโตบนความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน สู่การเป็น Multi-Brand Retail & Lifestyle Ecosystem ที่เข้าไปมีบทบาทในหลากหลายช่วงเวลาของการใช้ชีวิต ผ่านสินค้า บริการ และแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับลูกค้า สังคม และผู้ถือหุ้น

ธุรกิจน้ำมัน: ฐานรากที่มั่นคงของการเติบโต

ตลอดปีที่ผ่านมา ธุรกิจน้ำมันยังคงทําหน้าที่เป็นฐานรากที่สําคัญของบริษัทฯ เราสามารถรักษาความเป็นผู้นําในตลาดค้าปลีกน้ำมันผ่านเครือข่ายสถานีบริการ PT ทั่วประเทศ พร้อมยกระดับบทบาทของสถานีบริการจากจุดให้บริการพลังงาน สู่การเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่เชื่อมโยงสินค้าและบริการหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม การเดินทาง และบริการรถยนต์ครบวงจร ความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ PT เป็นรากฐานสําคัญในการต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่นภายในระบบนิเวศของเรา

Non-Oil: เครื่องยนต์เชิงยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ

ธุรกิจ Non-Oil ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องยนต์การเติบโตที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ต่อโครงสร้างรายได้และกําไรของกลุ่มบริษัท ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยมีมากกว่า 2,100 สาขาทั่วประเทศ ณ สิ้นปี 2568 พร้อมยกระดับจาก “ร้านในสถานีบริการ” (Station Coffee Shop) สู่ “ร้านปลายทาง” (Destination Coffee Shop) ที่ผู้บริโภคเลือกเข้ามาใช้บริการด้วยตัวเอง สะท้อนศักยภาพของแบรนด์ ระบบการขยายสาขา และความสามารถในการแข่งขันในระดับประเทศ ขณะเดียวกัน ธุรกิจร้านอาหาร ค้าปลีก และบริการรถยนต์ครบวงจร เช่น Subway, Max Mart และ Autobacs ทําหน้าที่เสริมความสมบูรณ์ของ Ecosystem และเพิ่มความถี่ในการเข้าถึงลูกค้าในชีวิตประจําวัน ช่วยให้บริษัทฯ เข้าไปอยู่ในหลากหลายช่วงเวลาของการใช้ชีวิต ไม่ใช่เฉพาะช่วงการเดินทางเพียงอย่างเดียว

แพลตฟอร์มดิจิทัล: เชื่อมโยง Ecosystem เข้าด้วยกัน

ระบบสมาชิก PT Max Card และแอปพลิเคชัน Max Me ได้กลายเป็นกลไกสําคัญในการเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับ Ecosystem ของบริษัทฯ อย่างเป็นระบบ จากความสัมพันธ์เชิงธุรกรรม สู่ความสัมพันธ์ระยะยาวที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ความเข้าใจ และคุณค่าที่ส่งมอบให้กับลูกค้า แพลตฟอร์มดิจิทัลเหล่านี้ช่วยให้เรามองเห็นพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้ชัดเจนขึ้น และนําไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตประจําวันได้ดียิ่งขึ้น

ยกระดับสถานีบริการ สู่ “พื้นที่ชีวิต”

การพัฒนาสถานีรูปแบบใหม่ เช่น PT Max Rest และ PT GIGA EV สะท้อนทิศทางของบริษัทฯ ในการผสานพลังงานทางเลือก ร้านอาหาร และบริการไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน สถานีบริการของบริษัทฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะพักระหว่างทาง แต่เป็นจุดหมายที่สร้างประสบการณ์และคุณค่าให้กับลูกค้าในทุกการเดินทาง

การยกระดับโครงสร้างองค์กร และการปลดล็อกคุณค่า

ปี 2568 บริษัทฯ เดินหน้ายกระดับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว การนําบริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (“ATLAS”) (บริษัทย่อยของบริษัทฯ) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) เป็นการจัดวางโครงสร้างธุรกิจให้เหมาะสมกับศักยภาพของกิจการ และยกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการบริหารจัดการ การดําเนินการดังกล่าวช่วยให้คุณค่าที่ถูกสร้างขึ้นภายในกลุ่มบริษัท สามารถสะท้อนออกมาได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น เสริมความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ในภาพรวม และเพิ่มความพร้อมในการขยายการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับ และพลังของทีมงาน

ความก้าวหน้าของบริษัทฯ ในปีนี้ ได้รับการยอมรับจากภายนอกอย่างต่อเนื่อง เช่น การติดอันดับที่ 48 ของบริษัทที่มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จาก Fortune Southeast Asia 500 สูงขึ้นจากปีที่แล้ว 10 อันดับ รวมถึงรางวัล Product of the Year จากนิตยสาร Business+ ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพของสินค้า บริการ และศักยภาพของบุคลากรในองค์กร อย่างไรก็ตาม สําหรับเรา ความสําเร็จที่แท้จริงคือความสามารถในการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับลูกค้า พันธมิตร สังคม และผู้ถือหุ้น

ก้าวต่อไปของบริษัทฯ

การเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นในปี 2568 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางระยะยาวของบริษัทฯ จากองค์กรด้านพลังงาน สู่การเป็น Multi-Brand Retail & Lifestyle Ecosystem ที่มีบทบาทในชีวิตประจําวันของผู้คนมากยิ่งขึ้น บนพื้นฐานของโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกัน และความเข้าใจลูกค้าที่ลึกซึ้งขึ้นในก้าวต่อไป บริษัทฯ จะมุ่งยกระดับการดําเนินงานจาก “การขยาย” สู่ “การสร้างคุณค่า” ให้ความสําคัญกับคุณภาพของการเติบโต การบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล และการต่อยอดศักยภาพของแต่ละธุรกิจให้ทํางานเสริมกันอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการนําเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารองค์กร

ท้ายสุด ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตร คู่ค้า และพนักงานบริษัทฯ ทุกคน สําหรับความมุ่งมั่นและความร่วมมือที่ทําให้องค์กรก้าวเดินมาได้อย่างมั่นคง เราจะยังคงยึดมั่นในการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ ภายใต้กรอบ ESG เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และพร้อมก้าวต่อไปสู่เป้าหมายสูงสุดของเรา คือการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ “อยู่ดี มีสุข” ในทุกช่วงของชีวิต