คำถาม-คำตอบงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน

ข้อมูล ณ วันที่ 09 มี.ค. 2569

คำตอบ:

บริษัทฯ ยังคงตั้งเป้าหมายจำนวนแก้วต่อสาขาไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 200 แก้วต่อวันต่อสาขา การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของฐานสมาชิก รวมถึงการทำการตลาดผ่านระบบสมาชิก ซึ่งช่วยเพิ่มความถี่ในการใช้บริการของลูกค้า

คำตอบ:

ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยยังคงรักษาโครงสร้างกำไรขั้นต้นในระดับที่แข็งแรง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง

ในระยะต่อไป บริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการขยายสาขา ควบคู่กับการเพิ่มจำนวนลูกค้าผ่านระบบสมาชิก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจในระยะยาว

คำตอบ:

ทิศทางของต้นทุนทางการเงินจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาด รวมถึงการบริหารโครงสร้างเงินทุนของบริษัท บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด และบริหารโครงสร้างเงินกู้ให้เหมาะสม เพื่อควบคุมต้นทุนทางการเงินในระยะยาว

คำตอบ:

ขณะนี้งบการเงินของบริษัทกาแฟพันธุ์ไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) รายละเอียดตัวเลขทางการเงินจะเปิดเผยผ่านช่องทางตามกฎหมายเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ

คำตอบ:

ปัจจุบันธุรกิจ Non-Oil มีสัดส่วนกำไรขั้นต้นประมาณ 40% ของกำไรขั้นต้นรวมของบริษัท ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็นประมาณ 40–45% โดยมีธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยเป็น Growth Engine สำคัญ ในระยะยาว บริษัทฯ ตั้งเป้าให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก Non-Oil เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 50% ภายในปี 2028

คำตอบ:

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมักเพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขาที่ขยายตัว เช่น ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาช่วยสร้าง Economies of Scale ทั้งในด้านการจัดซื้อ การขนส่ง และการบริหารจัดการ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนในระยะยาว

คำตอบ:

บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของปริมาณจำหน่ายน้ำมันประมาณ 3–5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยฐานลูกค้าสมาชิก PT Max Card ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ และสนับสนุนการเติบโตของปริมาณขายน้ำมัน

คำตอบ:

ในระยะนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจหลักในกลุ่ม Non-Oil โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงติดตามโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดจาก Ecosystem ของบริษัทในอนาคต

คำตอบ:

บริษัทฯ ยอมรับว่าในบางพื้นที่อาจมี Cannibalization ระหว่างสาขาอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านกาแฟเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย ความสะดวกในการเข้าถึงของลูกค้า (Convenience-driven business)

ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 800 สาขา แต่ในขณะเดียวกัน จำนวนแก้วเฉลี่ยต่อสาขาต่อวันยังเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 200 แก้วต่อวัน ซึ่งสะท้อนว่าการเติบโตของธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงการแบ่งยอดขายเดิมระหว่างสาขา

ดังนั้น กลยุทธ์ของบริษัทฯ จึงเป็นการ ขยายเครือข่ายสาขาเพื่อเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้า ซึ่งช่วยสร้าง Demand ใหม่ในระบบ และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในภาพรวม

คำตอบ:

ปัจจัยบวกหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจ Non-Oil โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทย และการพัฒนา Ecosystem ของบริษัท ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามคือความผันผวนของราคาน้ำมันโลกและสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม