สารจากประธานกรรมการ

ปี 2564 ถือเป็นอีกปีที่ยังคงมีความท้าทายเข้ามาหลายด้าน แม้ว่าสถานการณ์ในช่วงต้นปี 2564 จะเริ่มคลี่คลาย และผลการดำเนินงานของหลายๆ อุตสาหกรรมกลับมาฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 3 ในประเทศไทย ในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักจากผลกระทบของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียมของประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ 32,526 ล้านลิตร หรือลดลง 6.6% จากปีที่แล้ว นอกเหนือจากสถานการณ์โรคระบาดที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรงแล้ว ในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและแก๊ส LPG ยังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกกับนโยบายภาครัฐที่เข้ามาควบคุมโครงสร้างราคาน้ำมันในช่วงไตรมาส 4

พลตำรวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ

ประธานกรรมการบริษัท / กรรมการอิสระ

ในสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ ที่กล่าวข้างต้น กลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี ยังคงดำเนินธุรกิจเชิงรุก และเน้นการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ เพื่อจุดมุ่งหมายสูงสุดในการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี นอกจากนี้ บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการภาวะวิกฤต (Crisis Management Team) เพื่อจัดการและเตรียมแผนรองรับสถานการณ์จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง และผู้อำนวยการฝ่ายของหน่วยงานหลัก ร่วมกันกำหนดมาตรการ แนวปฏิบัติการป้องกันและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งตัดสินใจด้านการจัดการเหตุการณ์ในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น

ยังคงรักษายอดขาย และส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจน้ำมันได้อย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ยอดขายของธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้จะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โรคระบาด

แม้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียมของประเทศจะลดลง บริษัทยังคงรักษายอดขายจากธุรกิจน้ำมันซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักให้เติบโตได้จากปีที่แล้ว โดยปริมาณการขายน้ำมันอยู่ที่ 5,019 ล้านลิตร สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือเพิ่มขึ้น 55 ล้านลิตร จากปีที่แล้ว โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดเท่ากับ 15.5% เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศ ในส่วนของธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตได้ดีจากการขยายช่องทางการขาย และการสร้างความรับรู้ในแบรนด์อย่างต่อเนื่อง นำโดยธุรกิจแก๊ส LPG ซึ่งมีปริมาณการขาย อยู่ที่ 300 ล้านลิตร หรือ เพิ่มขึ้น 72.1% จากปีที่แล้ว ธุรกิจกาแฟภายใต้แบรนด์ “กาแฟพันธุ์ไทย” ที่มียอดขายเติบโต 29.9% จากปีที่แล้ว และธุรกิจ Non-Oil อื่นๆ ที่มีแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีภายใต้วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) เช่นกัน

ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นอกเหนือจากการนำพาองค์กรให้ก้าวผ่านสภาวะแวดล้อมกดดันการดำเนินงานของธุรกิจรอบด้านในช่วงวิกฤต และการมุ่งสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจ Non-Oil แล้ว บริษัทยังคงเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือสังคม และชุมชนในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น โครงการสนับสนุนเครื่องดื่ม “กาแฟพันธุ์ไทย” ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โครงการบริจาคน้ำดื่มให้โรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ และโครงการร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ต่างๆ ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับการควบคุมโครงสร้างราคาน้ำมันของภาครัฐ ส่งผลกระทบต่ออัตราการทำกำไรของบริษัท โดยมีกำไรอยู่ที่ 1,027 ล้านบาท หรือลดลง 46.1% ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น

“อยู่ดี มีสุข” การส่งมอบความสุขที่ไม่จำกัด (แค่เพียงธุรกิจน้ำมัน) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปลี่ยนวิสัยทัศน์ขององค์กรเป็นการส่งมอบความ “อยู่ดี มีสุข” ให้กับลูกค้า ในทุกๆ ด้านของการดำเนินชีวิต โดยบริษัทจะไม่หยุดนิ่งที่จะคิดนอกกรอบ เพื่อมอบความสะดวกสบาย และเติมเต็มความต้องการตามไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่มของลูกค้า เช่น การร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ หรือ EV charging station ภายในสถานีบริการน้ำมัน PT เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ามั่นใจในการเดินทางทั่วประเทศ ซึ่งในแผนการติดตั้งของเฟสแรกจะมีทั้งหมด 35 สาขา

นอกจากนี้ บริษัทได้สร้างทีม Innovation ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเฟ้นหาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อตอบสนองกลยุทธ์ของบริษัท และเปิดโครงการ Incubation Gate เพื่อเป็นเวทีให้คนในองค์กรเสนอไอเดียทำธุรกิจที่สนับสนุนการส่งมอบความ “อยู่ดี มีสุข” ในแง่มุมต่างๆ เริ่มต้นจาก โครงการเตี๋ยวเรือร่าเริง ที่ช่วยเติมเต็มความอิ่มอร่อยให้ลูกค้าในสถานีบริการ PT และโครงการ PAVITREE สกินแคร์จากธรรมชาติสำหรับผู้มีผิวแห้ง บอบบาง เช่น ผิวของผู้ป่วยที่ผ่านการฉายรังสี

โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่ม 3-5 ธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ด้วยมูลค่าการลงทุนมากกว่า 500 ล้านบาท ต่อปี ที่จะเข้ามาต่อยอด เพิ่มความแข็งแกร่งของบริษัท ด้วยการบริหารความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจน้ำมันเพียงธุรกิจเดียว พร้อมทั้งขับเคลื่อนธุรกิจที่เชื่อมโยงกับชุมชนหรือเกษตรกร เพื่อสร้างผลกำไรได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน ไปพร้อมกัน

มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง

บริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามเป้าหมาย โดยบริษัทได้รับคัดเลือกให้เข้าอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน มาตลอดระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน และในปี 2564 นี้ เป็นปีแรกที่บริษัทได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นปันผล Set hi-dividend (SETHD) ภายหลังจากการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม บริษัทยังได้รับรางวัลอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น Asia Responsible Enterprise Award (AREA Award) สำหรับโครงการที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ในสาขา Responsible Business Leadership และ Social Empowerment รางวัล Best Companies to Work for in Asia 2021 จาก HR Asia Awards ระดับอาเซียน ซึ่งเป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะนำพาองค์กรให้เติบโต พร้อมกับการสร้างวัฒนธรรม และค่านิยมองค์กรที่เข้มแข็ง รางวัลดังกล่าว เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกๆ คนในองค์กร

ผมในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณทีมผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ที่ทุ่มเทช่วยกันฝันฝ่าความยากลำบากในการบริหารงานภายใต้วิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้ และถึงแม้ว่าสถานการณ์จะยังคงเป็นที่น่ากังวล แต่ผมขอให้ความเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และทีมงานทุกคน จะร่วมแรงร่วมใจ ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มี เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความรอบคอบ และเป็นมืออาชีพ ทำให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมาย และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตร คู่ค้า สถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐต่างๆ และบรรดาผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ที่ให้ความไว้วางใจ ร่วมกันสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อให้บริษัทมีความแข็งแกร่งและโอบอ้อมอารีเปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ ที่ช่วยพัฒนาสังคมไทยให้เติบโต และสร้างความ “อยู่ดี มีสุข” ไปด้วยกัน