สารจากคณะกรรมการ

พีทีจีจะยังคงมุ่งปรับโครงสร้างของกำไรจากธุรกิจ non-oil ให้มีสัดส่วนมากขึ้น และจะยังคงบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มมูลค่าขององค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

พลตำรวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ

ประธานกรรมการบริษัท
ปี 2562 เป็นปีที่ยอดเยี่ยมของ PTG เพราะนอกจากจะเป็นปีแรกที่บริษัทได้รับรางวัลในระดับอาเซียน (ASEAN Business Awards) ถึง 3 รางวัล

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันระดับสากลแล้ว PTG ยังมีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสามารถดำเนินธุรกิจได้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมกับการวางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนบริษัทในอนาคต

การเข้ารับรางวัลในระดับอาเซียน
ผมขอเริ่มจากรางวัลระดับอาเซียนที่เป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งองค์กร ที่มุ่งมั่นปรับปรุงบริษัทเชิงบูรณาการ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล และยึดหลักธรรมภิบาลที่ดี ทำให้บริษัทได้รับ
  1. รางวัลประเภทธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่ระดับอาเซียน ที่มอบให้กับธุรกิจที่มีความโดดเด่นด้านภาพรวมผลกำไร ทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในผลลัพธ์คือการที่บริษัทได้รับรางวัล Kaizen เหรียญทอง และเหรียญเงินในปีที่ผ่านมา
  2. รางวัลสำหรับธุรกิจที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยบริษัทร่วมกับพันธมิตรทั้งในแวดวงมหาวิทยาลัย และสถาบันส่งเสริมทักษะต่างๆ โดยปลูกฝังแนวความคิดด้านนวัตกรรม ด้านการเป็นผู้นำ เพื่อให้พนักงานสามารถเติบโตพร้อมกับองค์กร และ
  3. รางวัลสำหรับธุรกิจที่มีความโดดเด่นเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน โดยบริษัทมีโครงการในการพัฒนาชุมชน และสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ เช่น การดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม การต่อต้านคอรัปชั่น การเคารพสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อแรงงาน ความรับผิดชอบต่อลูกค้า การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน การดูแลสิ่งแวดล้อม
การรักษาความเป็นที่หนึ่งด้านอัตราการเติบโตของยอดขาย และการสร้างผลกำไรสูงสุเป็นประวัติการณ์
จากการทุ่มเทในการดำเนินงานทำให้ PTG สามารถบรรลุเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจที่ได้ตั้งไว้ในปี 2562 โดย PTG ยังคงเป็นที่หนึ่งด้านการเติบโตในอุตสาหกรรมน้ำมัน จากปริมาณการขายน้ำมันรวมอยู่ที่ 4,681 ล้านลิตร เติบโตขึ้น 19.4% และยังสามารถครองตำแหน่งการเป็นเบอร์ 2 ของส่วนแบ่งทางการตลาดน้ำมันที่จำหน่ายผ่านสถานีบริการ อยู่ที่ 15.6% โดยมีสถานีบริการ 2,027 สาขา

ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งนี้ ค่าการตลาดในธุรกิจสถานีบริการน้ำมันได้ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ รวมถึงกำไร และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจ Non-Oil ที่ PTG ได้เข้าไปลงทุนร่วม ได้เริ่มสร้างผลตอบแทนให้ PTG มากขึ้น ทำให้ในปี 2562 PTG มี EBITDA อยู่ที่ 5,269 ล้านบาท สูงขึ้น 50.2% จากปีที่แล้ว ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ และมีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 1,563 ล้านบาท สูงขึ้น 150.7% จากปีที่แล้ว

การขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา PTG เชื่อมั่นในการเพิ่มมูลค่าแก่องค์กรอย่างยั่งยืน และดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามหลักบริหารจัดการองค์กรที่ดี โดยนอกจากการรักษามาตรฐาน และการเติบโตของธุรกิจปัจจุบันแล้ว หนึ่งในหลายธุรกิจที่จะขับเคลื่อนองค์กร ในปี 2563 คือ โครงการอุตสาหกรรมปาล์มครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย (Palm Complex) ที่สามารถเริ่มเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิต

ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ทันกับการรองรับมาตรฐานใหม่และการประกาศใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซล B10 ของรัฐบาล นอกจากนี้ PTG ยังก่อตั้งส่วนงาน Innovation เพื่อค้นหารูปแบบการทำธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถต่อยอดจากการบูรณาการเครือข่ายของเราและพันธมิตร เพื่อมุ่งสร้างความไว้วางใจในแบรนด์ สร้างความสะดวกสบาย และสามารถเติมเต็มความสุขให้กับผู้บริโภคได้ และท้ายที่สุดจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการเป็นที่ 1 ในใจคนไทยทั้งประเทศ

ในโอกาสนี้ องค์กรจะไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง หากขาดความมุ่งมั่นและทุ่มเทของทีมงานทุกคน ผมในนามตัวแทนคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณทีมผู้บริหารและบุคลากรทุกท่านที่ปฏิบัติงานด้วยความกระตือรือร้น และพร้อมที่จะปรับตัวเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความเป็นองค์กรที่ทำงานเชิงบูรณาการ และบรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม

ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตร คู่ค้า สถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐต่างๆ และบรรดาผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ที่ให้ความไว้วางใจ และร่วมกันสนับสนุนการดำเนินงาน ทำให้ PTG เติบโตอย่างต่อเนื่อง PTG ขอให้คำมั่นว่าคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และทีมงานทุกคนจะใช้ความรู้ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความรอบคอบ และเป็นมืออาชีพ เพื่อเป้าหมายในการเพิ่มมูลค่าองค์กร ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป