เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)

บริษัท ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และส่งเสริม การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่ายของทั้งบริษัท ชุมชน ท้องถิ่น และ สังคม โดยบริษัท มุ่งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิต และปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนให้สอดคล้องกับ SDGs

การนำประเด็นที่เป็นสาระสำคัญมาพัฒนาตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)
เป้าหมายที่ ประเด็นด้านความยั่งยืน การดำเนินการ


การกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    • บริษัทได้รับรางวัล Thailand Sustainability Investment (THIS) หรือ "หุ้นยั่งยืน" ประจำปี 2561 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    • บริษัทมีคณะทำงานกำกับดูแลกิจการและคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ เพื่อให้การดำเนินการของบริษัทเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ธรรมาภิบาล และจรรยาบรรณทางธุรกิจ
  • บริษัทได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการจากบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2561 ในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Director หรือ IOD) โดยการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับการจัดอันดับคะแนนให้อยู่ใน Top Quantile กลุ่ม Market Cap (≥ 10,000 MB)
  • บริษัทผ่านการต่ออายุการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 จนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564
  • บริษัทมีมาตรการการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ให้ข้อมูลหรือผู้แจ้งเบาะแส
การบริหารห่วงโซ่อุปทาน
  • บริษัทมีการจัดทำนโยบายในการจัดหาและคัดเลือกคู่ค้า และจรรณยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าใช้เป็นแนวทางในการปฎิบัติในการดำเนินธุรกิจ
  • เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน บริษัทได้ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานตลอดสายห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากคู่ค้า โดยการระบุคู่ค้ารายสำคัญจากปริมาณการซื้อขาย พิจารณาแนวทางการไม่พึ่งพาคู่ค้ารายสำคัญเพียงรายเดียว นอกจากนี้ยังมีการประชุมและเยี่ยมชมสถานประกอบการของบริษัทคู่ค้าเพื่อปรับปรุงการทำงานร่วมกัน เสริมสร้างความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการมีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตของธุรกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน
การบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) บริษัทกำหนดให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG โดยบูรณาการประเด็นด้าน ESG กับการจัดการความเสี่ยงขององค์กร (Enterprise Risk Management: ERM)



การพัฒนาสังคม/ ชุมชน

ในปี 2561 บริษัทได้มีการจ้างงานทั้งลูกจ้างประจำและชั่วคราว ทั้งสิ้น 14,956 คน ซึ่งช่วยส่งเสริมการจ้างงานให้สังคม ขจัดปัญหาความยากจน และสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ

  • บริษัทมีนโยบายการสรรหาพนักงานประจำสถานีบริการที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรในพื้นที่ โดยการประกาศรับสมัครพนักงานที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกับสถานีบริการที่จะเปิดใหม่ โดยบริษัทจะพิจารณารับคนในพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานีบริการเป็นพนักงานประจำสถานีบริการเป็นหลัก เพื่อให้พนักงานประจำมีความเข้าใจ และสามารถให้บริการคนในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
  • โครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการของบริษัท มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง หาเลี้ยงชีพได้โดยไม่ต้องเป็นภาระของผู้อื่น ขจัดปัญหาความยากจน ได้ดำเนินการเป็น 2 รูปแบบ คือ
    1. การจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ จำนวน 8 ราย ดังนี้
      • บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)  จำนวน 2 ราย
      • บริษัท ปิโตรเลี่ยมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 6 ราย
    2. การฝึกอบรมอาชีพ และการจ้างเหมาบริการสำหรับคนพิการ จำนวน 122 คน ดังนี้

      โครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการโดยสมาคมคนพิการภาคตะวันออก ร่วมกับกลุ่มบริษัทพีทีจี เอ็นเนอยี เพื่อช่วยส่งเสริมการมีรายได้ให้กับคนพิการ สามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ ตลอดจนเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่จะเป็นกำลังในการช่วยกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติในระยะยาว และเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายในการจ้างคนพิการในสถานประกอบการ ได้แก่ โครงการฝึกงานหลักสูตรตัดเย็บเสื้อผ้า ระยะเวลา 609 ชั่วโมง โครงการจัดจ้างเหมาตัดเย็บเสื้อผ้า มีคนพิการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้

      โครงการฝึกอบรมหลักสูตรช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ระยะเวลา 609 ชั่วโมง

      • บริษัท ปิโตรเลี่ยมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด/ จ.อุดรธานี จำนวนคนพิการ 45 คน
      • บริษัท ปิโตรเลี่ยมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด/ จ.อุทัยธานี จำนวนคนพิการ 45 คน
        โครงการจัดจ้างเหมาตัดเย็บเสื้อผ้า
      • บริษัท ปิโตรเลี่ยมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด/ จ.อุดรธานี จำนวนคนพิการ 9 คน
      • บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)/ จ.อุดรธานี จำนวนคนพิการ 5 คน
      • บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด/ จ.อุดรธานี จำนวนคนพิการ 4 คน
      • บริษัท พีทีจี โลจิสติกส์ จำกัด/ จ.อุดรธานี จำนวนคนพิการ 5 คน
      • บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด/ จ.อุดรธานี จำนวนคนพิการ 3 คน

      โครงการนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ ณ สถานีบริการน้ำมันพีทีสาขาสีคิ้ว "PT Max Camp" ซึ่งเป็นโครงการที่พักรถครบวงจรแห่งแรกในเมืองไทย เพื่อสร้างความรับรู้ต่อแบรนด์ PT ผ่านทางจุดพักรถ Max Camp ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่รถของผู้ใช้บริการจุดพักรถ Max Camp ได้พักระหว่างการเดินทางไกล มีบริการนวดผ่อนคลายเพื่อสุขภาพ สำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกบัตร PT Max Card โดยบริษัทได้จัดจ้างผู้พิการทางสายตาที่ได้ผ่านการฝึกอบรมและได้รับใบระกาศนียบัตรที่รับรองการนวด เพื่อสร้างรายได้ ให้โอกาส และเป็นทางเลือกให้ผู้พิการทางสายตา ปัจจุบันมี 2 สาขา 1 สาขาสีคิ้ว 2.สาขาอัมพวา 
      โดยมีเป้าหมาย ให้มีพนักงานหมอนวดคนพิการทุกสาขาของ Max camp กระจายอยู่ทั่วประเทศ  ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 11 สาขา

      • บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)/ จ.นครราชสีมา จำนวนคนพิการ 6 ราย
การพัฒนาสังคม/ ชุมชน
  • ในด้านการส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน บริษัทมีโครงการ ชีวิตดี มีอาชีพ PT จัดให้เป็นโครงการที่ PT สนับสนุนเสริมสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่น เปิดรับสมัครผู้สนใจประกอบอาชีพในปั๊ม PT ฟรีค่าเฟรนไชน์และอุปกรณ์ โดยมีเฟรนไชน์ให้เลือก เช่น ก๋วยเตี๋ยว ไก่ทอด ข้าวมันไก่ หมูปิ้ง ลูกชิ้นปิ้ง ฯลฯ โดยมีเป้าหมายในปี 62 ให้มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ 100 ราย ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการจากสถานีบริการให้มากขึ้น เนื่องจากมีร้านค้าของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น  ทั้งยังเพิ่มรายได้ของสถานีจากร้านค้าของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการด้วย
    ในปี 2562 บริษัทมีโครงการปกป้องระบบนิเวศชายฝั่งบริเวณป่าชายเลนใกล้คลังน้ำมันแม่กลอง เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรรรมชาติ ได้แก่
  • โครงการ พีที รวมพลัง รวมใจ ร่วมกันสร้างสุขแก่ชุมชน เป็นโครงการอนุรักษ์ร่วมของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และโครงการพัฒนาร่วมกันระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น : สำนักงานเทศบาลตำบลบางจะเกร็ง สำนักงานบริหารจัดหาทรัพยากรฯ โรงเรียนบ้านฉู่ฉี่ รพ.สต.บ้านฉู่ฉี่ และผู้นำชุมชน โดยมีเป้าหมาย สร้างและพัฒนาพื้นที่เป้าหมาย ให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น เพื่อการศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนของเด็กนักเรียน และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีต่อชุมชน

ทั้งนี้บริษัทมีแนวทางที่จะพัฒนารอบคลังน้ำมันกับชุมชน โดยจะขยายไปชุมชนอื่นด้วย บริษัทมีโครงการ/ กิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ให้มีสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ปลอดภัย ช่วยลดปัญหาสังคม เช่น

  • โครงการอบรมดับเพลิงขั้นต้น บริษัทส่งเสริมให้ความรู้และการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินให้แก่พนักงานในบริษัท และบุคคลภายนอก โดยการจัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการกู้ภัยฉุกเฉินเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลี่ยม ความรู้และทักษะในการดับเพลิงเบื้องต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการคืนชีพขั้นพื้นฐาน ให้แก่พนักงานปฏิบัติงาน ณ สถานีบริการ คลังน้ำมัน รวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง พื้นที่ชุมชนบริเวณใกล้เคียงสถานประกอบการ โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมอบรมดับเพลิงขั้นต้น ประจำปี 2561 ดังนี้ อีสาน 1,650 คน กลาง 930 คน เหนือ 890 คน ใต้ 530 คน ตะวันออก 500 คน ตะวันตก 260 คน รวม 4,760 คน
  • โครงการ FC Bayern 12 Level Kurs เปิดอบรมฟุตบอลที่สนามสามอ่าวสเตเดี้ยม  ด้วยความร่วมมือของสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบเอฟซี และบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เชิญบริษัท สปอร์ตไทย-บาวาเรีย จำกัด พันธมิตรของสโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิค ในประเทศไทย มีเยาวชนร่วม 200 คน ให้ความสนใจ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 โครงการดังกล่าวเน้นการเตรียมตัวเพื่อเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต ส่งเสริมให้เยาวชนสนใจมาเล่นกีฬา ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งในด้านสุขภาพและพลานามัย ด้านจิตใจ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ลดปัญหาการพึ่งพายาเสพติด และปัญหาสังคมต่างๆ
  • โครงการขับขี่ปลอดภัยไปกับพีทีประจวบ เอฟซี โดย บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สโมสรฟุตบอล พีที ประจวบเอฟซี จัดงานขับขี่ปลอดภัยไปกับพีทีประจวบ เอฟซี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2561 โดยเชิญสำนักงานขนส่งจังหวัดและสถานีตำรวจภูธรจังหวัด ให้ความรู้แก่แฟนบอลและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์กว่า 150 คนเข้าร่วมงาน
การปฏิบัติต่อแรงงาน/ พนักงาน
  • บริษัทมีการวัดระดับความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บริษัทสามารถระบุระดับความผูกพันของพนักงาน นำไปวิเคราะห์ผล เพื่อให้องค์กรเข้าใจและสนับสนุนแรงขับเคลื่อนความผูกพันของพนักงานที่เหมาะสำหรับองค์กร ซึ่งจากการสำรวจด้านความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร ปี 2561 พบว่า คะแนนภาพรวมอยู่ที่ระดับปานกลาง หรือร้อยละ 68 เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 60
  • บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานรวมกลุ่มในการหารือกับบริษัท ทำหน้าที่ร่วมกับองค์กรในการคิด และเสนอแนะสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงานในองค์กร และจัดให้มีการสำรวจความคิดเห็นของพนักงานที่มีต่อสวัสดิการปัจจุบัน และความคาดหวังต่อสวัสดิการในอนาคต เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาด้านสวัสดิการของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น
นวัตกรรม

บริษัทส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและนวัตกรรม โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อลูกค้า

  • พีพี กรีนคอมเพล็กซ์ เป็นโครงการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการดำเนินงานภายใต้แนวคิดการผลิตแบบ Zero Waste ที่สามารถนำสิ่งเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด และการบูรณาการเพื่อบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซล (B100) กำลังการผลิต 450,000 ลิตรต่อวัน ได้จำหน่ายให้กับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมทั่วประเทศ
    ในอนาคตจะมีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากทะลายปาล์ม ขนาด 7 เมกะวัตต์ เพื่อใช้ภายในโครงการด้วย  โดยนำทะลายปาล์มซึ่งเป็นผลพลอยได้จากสกัดน้ำมันปาล์มดิบมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาด 7 เมกะวัตต์และไอน้ำ 45 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งทะลายปาล์มส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการสกัดของโรงงานเอง อีกส่วนจะรับซื้อทะลายปาล์มจากข้างนอกมาทำการสับและหีบ โดยในทะลายปาล์มเปล่าจะมีน้ำมันติดค้างอยู่ เมื่อผลปาล์มได้รับความร้อนจะคายน้ำมันออกมา ฉะนั้นทางโรงงานจะมีการ Recover เพื่อลดการเกิดของเสียในกระบวนการผลิตซึ่งพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำมันที่ได้จะถูกส่งกลับเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ใช้ในสายการผลิตที่ปาล์มคอมเพล็กซ์ต่อไป
  • บริษัทได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม (Top Innovation Organization) ประจำปี 2561 จากการเป็นองค์กรที่มีการส่งเสริมนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
  • บริษัทได้รับรางวัลเหรียญทองและเหรียญเงินจากการเข้าประกวดรางวัล Thailand Kaizen Awards 2018
  • โครงการนวัตรกรอาสา เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานมีความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสิ่งใหม่ๆ พร้อมฝึกฝนกระบวนการทำงานทั้งการคิดและออกแบบเชิงนวัตกรรม หรือ Design Thinking ให้กับกลุ่มพนักงานตั้งแต่ระดับผู้จัดการจนถึงกลุ่มผู้บริหารระดับสูงทุกคน
ความรับผิดชอบต่อลูกค้า
  • การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า บริษัท มีการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเพื่อปรับปรุงคุณภาพการบริการลูกค้าอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ คือ กลุ่มลูกค้าแฟรนไชส์ ซึ่งกระบวนการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าดำเนินการโดยหน่วยงานที่เป็นกลาง ด้วยวิธีการที่ได้มาตรฐาน ครอบคลุมกระบวนการเก็บข้อมูลทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและโปร่งใส โดยในปี 2561 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายระดับความพึงพอใจของลูกค้า เท่ากับ ร้อยละ 80 และจากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า พบว่า ระดับความพึงพอใจอยู่ที่ ร้อยละ  86.4
  • บริษัทได้จัดทำมาตรฐานการให้บริการ และคู่มือปฏิบัติงานสำหรับการให้บริการที่สถานีบริการ เพื่อควบคุมคุณภาพของการบริการในสถานีบริการ โดยใช้วิธีการตรวจประเมินผลตามมาตรฐานบริการตามระบบ mystery shopper ซึ่งจะดำเนินการทุกเดือน และนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการที่สถานีบริการเพื่อส่งมอบการบริการที่ดีให้กับลูกค้าต่อไป
  • บริษัทมีโครงการ Max Camp ซึ่งเป็นจุดพักรถสำหรับ นักเดินทาง โดยมีจุดบริการที่นอน พักผ่อน และห้องอาบน้ำ ซึ่งให้บริการฟรีสำหรับลูกค้าที่มีบัตรสมาชิก PT Max Card ได้พักผ่อน ช่วยลดอุบัติเหตุ มีที่อาบน้ำ มีความปลอดภัย มีบริการนวดผ่อนคลายเพื่อสุขภาพ สำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกบัตร PT Max Card โดยบริษัทได้จัดจ้างผู้พิการทางสายตาที่ได้ผ่านการฝึกอบรมและได้รับใบประกาศนียบัตรที่รับรองการนวด

พลังงาน
ก๊าซเรือนกระจก การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัทตระหนักถึงผลกระทบอันรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงได้มีโครงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ โดยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า รวมถึงการใช้พลังงานสะอาด

  • ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในสำนักงานใหญ่ในปี 2561 ปรับตัวลดลงจากปีที่ผ่านมา จากการที่บริษัทส่งเสริมให้มีการรณรงค์ปิดไฟในเวลาพักเที่ยงหรือเมื่อเลิกการใช้งานหรือหมดความจำเป็นต้องใช้งาน และกำหนดช่วงเวลาเปิดปิดไฟให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ใช้งาน และมีการคำนวณแสงสว่างภายในอาคาร และสถานีบริการ เพื่อให้ใช้หลอดไฟในขนาดที่เหมาะสม รวมถึงส่งเสริมการใช้หลอดไฟ LED เพื่อประหยัดพลังงาน (ปี 2561 มีปริมาณการใช้ไฟฟ้า 205,562.18 Kwh ปี 2560 มีปริมาณการใช้ไฟฟ้า 251,424.02 Kwh)
  • โครงการโซลาร์รูฟสถานีบริการน้ำมัน เป็นโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในสถานีบริการน้ำมัน เพื่อลดค่าไฟฟ้าในสถานีบริการน้ำมัน ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน โดยเลือกสถานีที่มีลักษณะการใช้ไฟฟ้าที่ต่างกัน ได้แก่ สถานีวังน้อยและนครชัยศรี โดยในปี 2561 มีเป้าหมาย คือ ลดค่าไฟฟ้าของสถานีบริการน้ำมันได้มากกว่าร้อยละ 20 โดยมีเวลาดำเนินการตั้งแต่ เดือน ธ.ค. 60 - มิ.ย. 61 ซึ่งสามารถลดค่าฟ้าได้ร้อยละ 22.5 ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ 62,647.67 กิโลกรัมต่อปี โดยสถานีนครชัยศรี จะเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 42.48 ต้น และสถานีวังน้อย ลดปริมาณถ่านหินได้ 20,034.4 กิโลกรัมต่อปี และในปี 2562 บริษัทมีเป้าหมาย ติดตั้งโซลาร์รูฟในสถานีบริการน้ำมันอีก 40 สถานี ซึ่งจะสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าของสถานีบริการน้ำมันได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 หากโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ประมาณ 224 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อเดือน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 152 ต้นต่อเดือน
    หากโครงการแล้วเสร็จจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ประมาณ 2,687 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 1,800 ต้นต่อปี
  • โครงการเปิดจำหน่ายจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถขนส่ง เพื่อสนับสนุนนโยบายพลังงานที่ยั่งยืนและการใช้น้ำมัน บี 20 ของภาครัฐ และเพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าบริการขนส่ง และค่าโดยสารสาธารณะ รวมทั้ง เป็นการช่วยลดมลพิษจากฝุ่นละอองในอากาศ และช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ที่อยู่ในภาวะล้นตลาดและราคาตกต่ำ อีกทางหนึ่ง และปี 2562 บริษัทมีเป้าหมายที่จะเปิด สถานีบริการจำหน่ายน้ำมัน B20 เพิ่มอีก 200 สาขา โดยในเดือนเมษายน 2562 บริษัทมียอดขายจากการจำหน่ายน้ำมัน B20 ผ่านสถานีบริการจำนวน 80 สาขา จำนวน 5,524,560 บาท
  • บริษัทมีแผนงานที่จะจัดทำระบบ “ระบบมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001) ที่คลังแม่กลอง และสำนักงานใหญ่ภายในปี 2562 เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โดยในระยะยาว บริษัทมีแนวทางที่จะพัฒนากิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมบริเวณรอบคลังน้ำมันร่วมกับชุมชนอีกด้วย
  • บริษัทได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน เพื่อป้องกันและแก้ไขการรั่วไหลของน้ำมันลงสู่ทะเลและบนบก โดยที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าร่วมกิจกรรมด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น การฝึกซ้อมแผนขจัดน้ำมันรั่วไหล การฝึกซ้อมแผนระงับเหตุฉุกเฉินทางบก และการเตรียมความพร้อมต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน เป็นต้น
ขยะ ของเสีย และมลพิษ
  • บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องกับกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทมีการกำหนดเป้าหมายในด้านสิ่งแวดล้อม ในการบริหารจัดการมลพิษและของเสียให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างบ่อบำบัด และบ่อดักไขมันของสถานีบริการและคลังน้ำมัน มีการตรวจวัดค่าไอระเหยสารเบนซิน เสียง ฝุ่น รวมถึงมีระบบ VRU ควบคุมไอน้ำมันในพื้นที่ตามที่กฏหมายกำหนด ควบคุมสารเคมีที่เป็นอันตรายและส่งไปกำจัดโดยบริษัทที่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังให้ความรู้พนักงานในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานของสถานีบริการน้ำมัน และคลังน้ำมัน โดยมีการควบคุมมลพิษและของเสียไม่ให้เกินกว่าค่าที่กฏหมายกำหนดทั้งการดำเนินการในปัจจุบัน และแผนงานในอนาคต (เป้าหมายในปัจจุบันและระยะยาว สำหรับกรณีค่ามลพิษและของเสียเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็น 0)
  • โครงการยางหล่อดอก สำหรับหัวลากรถบรรทุกอีซูซุ และหัวลากรถวอลโว่ พร้อมทั้งหางเทรลเลอร์ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ยางให้คุ้มค่ามากขึ้น และช่วยลดขยะของยางที่ไม่ใช้งานแล้ว รวมถึงลดปริมาณการใช้ยางใหม่ได้ ประหยัดค่าใช้จ่ายให้องค์กรจากการนำยางเก่ามารีไซเคิลใหม่ ในปี 2561 บริษัทมีเป้าหมายจากการใช้ยางใหม่จำนวน 5,266,400 บาท ซึ่งบริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 7,571,700 บาท