TH | EN

ธันวาคม 2560

ปัจจุบัน PTG มีสถานีบริการทั้งหมดกี่แห่ง และการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างไรบ้าง?

ในวันนี้เรามีสถานีบริการทั้งหมด 1,609 แห่ง และมีแผนขยายเพิ่ม 300-350 สถานีบริการต่อปี โดยเราคาดการณ์ว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นอีก 20% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายสถานีบริการน้ำมันและการขยายฐานลูกค้า ในอดีตสัดส่วนการขายน้ำมันดีเซลและเบนซินอยู่ที่ 75% และ 25% ตามลำดับ แต่ในทุกๆ ปีจะเห็นว่าปริมาณการขายน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นปีละ 1% จากลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้รถเก๋ง ดังนั้นสัดส่วนการขายน้ำมันดีเซลและเบนซินในปัจจุบันจึงกลายเป็น 72% และ 28% ตามลำดับ

นอกจากนั้นเรายังมีบัตรสมาชิก PT Max Card ที่ช่วยเชื่อมโยงสินค้า และบริการ รวมถึงมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับลูกค้า โดยผ่านเครือข่ายพันธมิตรต่างๆ ปัจจุบันเรามีสมาชิกมากกว่า 7 ล้านคน และเรามีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นปีละ 2 ล้านคน เราให้ความสำคัญกับเรื่องผลิตภัณฑ์ และการบริการที่มีคุณภาพภายใต้แบรนด์ของเรา

ในด้านสถานีบริการน้ำมันนั้น ส่วนใหญ่จะดำเนินการโดยบริษัทฯ เอง หรือที่เรียกว่าสถานีบริการประเภท COCO มากกว่าในรูปแบบของตัวแทนเป็นผู้ดำเนินการ หรือที่เรียกว่า DODO เนื่องจากการที่บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการเองจะทำให้เราสามารถต่อยอด และเพิ่มมูลค่ากับช่องทางการบริการทั้งหมดที่มี รวมถึงสามารถควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการได้อย่างทั่วถึง และให้มั่นใจว่าลูกค้าที่เป็นสมาชิก PT Max Card จะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด

PTG มีการขยายไปสู่ธุรกิจที่นอกเหนือจากน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น กาแฟพันธุ์ไทย, Coffee World, Autobacs, Protruck, และกลุ่มพลังงานทดแทน ช่วยอธิบายถึงแนวคิดในการขยายไปสู่ธุรกิจเหล่านี้และผลลัพธ์ที่จะเกิดกับธุรกิจของ PTG ในภาพรวม

แนวคิดคือการเพิ่มมูลค่าขององค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเข้าสู่ธุรกิจ Non-oil จะช่วยในเรื่องการเพิ่มอัตรากำไรสุทธิ และเป็นการกระจายความเสี่ยงจกการมีธุรกิจน้ำมันเพียงธุรกิจเดียว เราตั้งเป้ากำไรสุทธิจากธุรกิจ Non-oil ให้มีสัดส่วนเป็น 60% ของกำไรสุทธิรวม ภายในปี 2022 โดยธุรกิจ Non-Oil ของเราประกอบด้วยธุรกิจโลจิสติกส์ ร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ Max Mart และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม กาแฟพันธุ์ไทยและ Coffee World ทั้งนี้ ธุรกิจโลจิสติกส์หมายรวมถึงคลังสินค้าและการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งจะช่วยเสริมการขยายสถานีบริการน้ำมันเพื่อให้มีสต็อคเพียงพอ

สำหรับ Max Mart เรามีจำนวนสินค้า 2,000-3,000 รายการไว้บริการลูกค้าในร้านสะดวกซื้อ และในส่วนของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เราเริ่มจากกาแฟพันธุ์ไทยก่อน โดยมีการเปิดร้านในสถานีบริการทั่วประเทศไทย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จด้วยดีจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นปีละ 25% และเนื่องจากสถานีบริการน้ำมันส่วนใหญ่ของเราตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ฐานลูกค้าหลักของ PT จึงอยู่ในกลุ่มตั้งแต่ B ลงไป

ในทางตรงกันข้าม การเข้าซื้อกิจการของ GFA Corporation เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมีสาขาทั้งหมดประมาณ 100 แห่ง ประกอบด้วยแบรนด์ Coffee World, Cream & Fudge, Coffee World Restaurant, New York 5th Avenue Deli และ Thai Chef Express ทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับ A และ B มากยิ่งขึ้น

ในส่วนของธุรกิจบำรุงรักษารถยนต์ เราได้เข้าเป็นพันธมิตรกับ Siam Autobacs ซึ่งเป็นแบรนด์บริษัทย่อยของ Autobacs Seven จากประเทศญี่ปุ่น มีแผนขยาย 240 สาขาภายใน 5 ปี และไม่นานมานี้ได้เปิดตัวศูนย์บริการบำรุงรักษารถบรรทุกแห่งแรกในประเทศไทยร่วมกับสามมิตรมอเตอร์ สาขาแรกอยู่ในสถานีบริการ PT สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป้าหมายคือการขยายเพิ่มเป็น 100 สาขาภายใน 5 ปี นอกจากนั้นเรายังได้เปิดตัวจุดพักรถสำหรับรถยนต์และรถบรรทุกภายใต้แบรนด์ Max Camp โดยมีความตั้งใจยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ขับรถบรรทุกและลดการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่อาจเกิดจากการขับรถระยะทางไกล และรัฐบาลเองก็มีแผนเปิดจุดแวะพัก 41 แห่งบนถนนสายหลักทั่วประเทศซึ่งเราก็จะขยายตัวตามไปด้วย

สุดท้ายก็คือธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งเราได้เริ่มโครงการผลิตปาล์มน้ำมันครบวงจรและโครงการผลิตเอธานอลจากกากมันสำปะหลัง เราคาดว่าจะสามารถผลิตไบโอดีเซลได้ 450,000 ลิตรต่อวัน และเอธานอล 200,000 ลิตรต่อวัน เพื่อใช้ผสมกับน้ำมันดีเซลและเบนซินตามลำดับ โครงการดังกล่าวนอกจากจะมีขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ PTG แล้ว ยังเป็นโครงการที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริ ในเรื่องของพลังงานทดแทน เพื่อการใช้พลังงานที่ยั่งยืนของคนไทย รวมถึงเป็นการสนับสนุนเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรรมถือเป็นรากฐานของประเทศทั้งนี้ โครงการผลิตปาล์มน้ำมันครบวงจรจะเริ่มดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2018

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ PTG ต่างจากคู่แข่ง?

สำหรับเราแล้ว สมาชิกบัตร PT Max Card นับว่ามีความสำคัญมาก เราคาดการณ์ว่าเราจะมีจำนวนสมาชิก 7.6 ล้านสมาชิกภายในสิ้นปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 18 ล้านสมาชิกภายในปี 2022 บัตรหนึ่งใบเทียบเท่าหนึ่งครัวเรือน ดังนั้น การที่เรามีสมาชิก 18 ล้านครัวเรือน จากทั้งหมด 23 ล้านครัวเรือน ก็หมายความว่า 78% ของครัวเรือนทั้งหมดในประเทศไทยอยู่ภายใต้ PTG Ecosystem

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เราจึงต้องมั่นใจว่าการลงทะเบียนสมาชิกใหม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วภายใน 5 นาที ณ จุดให้บริการกว่า 2,000 แห่ง และเนื่องจากเราขยายสถานีบริการในอัตราที่เร็วกว่าผู้ให้บริการรายอื่นในตลาด ทำให้มีจุดบริการรองรับสำหรับสมาชิกในการใช้สิทธิประโยชน์จากบัตร PT Max เพิ่มมากขึ้น โดยบัตรนี้สามารถใช้ได้ที่สถานีบริการน้ำมัน PT, Max Mart, ร้านกาแฟพันธุ์ไทย, ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ และบริการอื่นอีกมากมายที่จะทยอยเปิดตัวในอนาคต เพื่อให้สมาชิกสามารถสะสมแต้มจากการใช้บริการในเครือข่ายของเราและแลกรับสิทธิประโยชน์หรือของรางวัลต่างๆ นี่ก็คือพลังของเครือข่ายที่เราสร้างขึ้นมา

เราวางแผนจะเพิ่มจำนวนสถานีบริการเป็น 4,000 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2022 วันนี้ผมยังไม่เห็นบริษัทไหนที่มีสถานีบริการน้ำมัน 4,000 แห่ง และมีพื้นที่ 2-7 ไร่พร้อมที่จอดรถสะดวกสบาย ประเทศไทยเองมี 77 จังหวัด 936 อำเภอ 7,300 กว่าตำบล ในเชิงของตัวเลข หมายความว่าทุก 1.8 ตำบลจะมีสถานีบริการน้ำมัน PT 1 แห่ง

ประเทศไทยเองก็เริ่มมีการพัฒนาเป็นเมืองมากขึ้น จุดบริการของเราให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิง กาแฟ อาหาร บริการซ่อมบำรุง และในอนาคตก็ยิ่งจะมีบริการอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นอีก ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า พลังของเครือข่าย

สถานีบริการส่วนใหญ่ของ PT อยู่ในเขตต่างจังหวัด ทางบริษัทฯ มีแผนขยายธุรกิจในเขตกรุงเทพมหานครบ้างหรือไม่?

ผู้บริโภคใน 72 จาก 77 จังหวัดในประเทศไทยเชื่อว่าน้ำมันของเรามีคุณภาพดี สามารถขับได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นด้วยปริมาณลิตรที่เท่าเดิม เราเห็นได้จากปริมาณยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น สถานีบริการที่เขาย้อย ในช่วงแรกที่เปิด เราขายได้ 400,000 ลิตรต่อเดือน ต่อมามีคู่แข่งเปิดสถานีบริการในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งก็สร้างความกังวลให้กับเราอยู่บ้าง แต่ด้วย PT Max Card ความเชื่อมั่นในสินค้า ยอดขายของสถานีบริการแห่งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1.8 ล้านลิตรต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม จังหวัดอื่นๆ รวมถึงกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการมียอดขายคิดเป็น 32% ของยอดขายรวม ด้วยความรับรู้ต่อแบรนด์ที่ดีขึ้น ทำให้เรามีแผนขยายสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในและรอบนอก ซึ่งจะช่วยให้เราเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและเพิ่มจำนวนสมาชิกบัตร PT Max ได้อีก

อะไรคือความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจของคุณ?

เรามักจะบอกกับนักลงทุนเสมอว่าค่าการตลาดเป็นปัจจัยเดียวที่เราไม่สามารถควบคุมได้สำหรับธุรกิจน้ำมัน ทั้งนี้ ในสภาวะปกติ เมื่อราคาน้ำมันดิบโลกมีการเปลี่ยนแปลง ราคาน้ำมันในประเทศก็จะมีการปรับตามภายในระยะเวลาประมาณ 5 วัน แม้ว่าในบางช่วงอาจใช้เวลานานกว่านั้น อย่างไรก็ตาม เราได้พยายามลดความเสี่ยงโดยการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ของเราเอง ดังนั้น เราจึงสามารถลดระยะเวลาขนส่งสินค้าลงให้สั้นกว่า 5 วันในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน นอกจากนั้นเรายังมีการขยายธุรกิจ Non-Oil เพื่อลดความเสี่ยงอีกด้วย

คุณมองธุรกิจของ PTG ในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างไรบ้าง?

แผนระยะยาวของบริษัทฯ คือการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เราตั้งเป้าหมายเป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าตามราคาตลาดมากที่สุด เราตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจุดให้บริการเป็น 4,000 แห่งภายในปี 2022 และผลการดำเนินงานส่วนใหญ่จะมาจากธุรกิจ Non-Oil ซึ่งคิดเป็น 60% ของกำไรสุทธิทั้งหมด ในแต่ละปีแผนของเราคือจะเปิดตัวธุรกิจใหม่ 2-3 ธุรกิจที่จะมาต่อยอดจากธุรกิจเดิมที่เราทำอยู่ เพื่อการให้บริการสมาชิกได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เป้าหมายของเราคือการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจและการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน โดยใช้แนวทางการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม


The Executive Talk Interview จัดทำโดย ShareInvestor ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในเอเชียด้านสื่อออนไลน์ทางการด้านเงินและเทคโนโลยี และมีเครือข่ายนักลงทุนสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถส่งอีเมล์มาที่ admin.th@shareinvestor.com เว็บไซต์ : www.ShareInvestorThailand.com